ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น เขาเที่ยวที่ไหนกัน? หลายคนคงติดตามรายการทีวี รูปภาพการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงใบไม้ใกล้ร่วง หรือเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง ก่อนที่จะเข้าฤดูหนาว สายลมพัดเริ่มเข้ามา ใบไม้เหล่านี้ก็เริ่มทะยอยละจากลำต้น ร่วงหล่นสู่พื้น บรรยากาศแบบนี้สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ สีสัน ของรูปภาพ ที่กดชัตเตอร์ภาพแล้วภาพเหล่า ก็ไม่มีวันเบื่อ และสถานที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ถูกแนะนจากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 13 แห่ง ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

  1. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทจึซัน ในภูมิภาคฮอกไกโด

    ที่ตั้ง : คะมิคะวะ-กุง ฮอกไกโด
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR คะมิคะวะ ใช้เวลา 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนก.ย.-ปลายเดือนก.ย.

    Daisetsu-zan-National-Park

    ข้อมูลน่ารู้ กล่าว กันว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนทุกที่ในญี่ปุ่น ทิวทัศน์ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวของไม้ใบเรียว และสีเหลืองแดงของไม้ใบกว้าง สลับสีกันอย่างงดงามดั่งภาพวาดของศิลปินเอก ใบไม้บนภูเขาคุโรดาเกะนั้นใช้เวลากว่า 1 เดือนในการเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ไล่จากยอดเขาเรื่อยลงมาถึงจุดขึ้นกระเช้าตรงเชิงเขา จุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาที่มีชื่อว่า กินเซ็นได บริเวณนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง เช่น น้ำพุร้อนโซอุงเคียว – อนเซ็น หลังจากที่ชมใบไม้แดงแล้ว ท่านยังสามารถแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของฮอกไกโดได้ด้วย

  2. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ทะเลสาบ โทะวะดะโกะ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองโทะวะดะ จังหวัดอะโอะโมะริ
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR โมริโอกะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ที่ Lake-Towada-Aomori
    Lake-Towada-Aomori

    ข้อมูลน่ารู้ ทะเล สาปแห่งนี้เป็นทะเลสาบแบบ Caldera ชื่อCaldera นี้เป็นภาษาสเปน มีความหมายว่าหม้อ ใช้เรียกพื้นที่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูก ที่มีลักษณะยุบลงเป็นทรงคล้ายหม้อ ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของภูเขาไฟ ทะเลสาบโทวาดาโกะ นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา สามารถขึ้นเรือท่องเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยใบไม้แดง สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดาโกะแห่งนี้ คือ รูปสลักสาวงาม (โอโตเมะ โนะโซ) ซึ่งเป็นผลงานของทากามุระ โคทาโร่ ศิลปินระดับชาติของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ในการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บริเวณรอบๆ มีโรงแรม และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจะคึกคักมากเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้แดง ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนโทะวะดะโกะ และการเก็บแอปเปิ้ลผลไม้ขึ้นชื่อของ อะโอะโมะริ อีกด้วย

  3.  ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ซาโอ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองยะมะงะตะ จังหวัดยะมะงะตะ
    การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ยะมะงะตะ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสี บนถนน Zao eco line
    ใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ที่จังหวัดยามางาตะ บนถนน eco line ขึ้นสู่เทือกเขาซาโอ๊ะ Zao Mountain

    ข้อมูลน่ารู้ เทือกเขาซาโอ เป็นเทือกเขาสวยงามเลื่องชื่อ ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทอดผ่านจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัดยะมะงะตะ นอก จากนั้น ในท้องถิ่นนี้ยังมีน้ำพุร้อนเลื่องชื่อหลายแห่ง ท่านสามารถใช้บริการกระเช้าของลานสกีฤดูหนาว เพื่อขึ้นไปชมใบไม้แดงจากมุมสูงได้ การขับรถชมใบไม้แดงโดยใช้เส้นทาง ซะโอ-เอโดไลน์ที่เชื่อมระหว่าจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัด ยะมะงะตะ ตลอด เส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 26 กม.เส้นนี้ ท่านจะได้เต็มอิ่ม กับการชื่นชมความงามของใบไม้แดงอย่างเต็มตา เนื่องจาก ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนัก จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือนพ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางเส้นนี้ คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือน พ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางนี้คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ถนัดการปีนเขาหรือไม่ชอบเดินเท้า ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมใบไม้แดงที่นี่ได้อย่างเต็มที่

  4. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  น้ำตก อะกิอุโอะทะกิ ในภูมิภาคโทโฮะกุุ

    ที่ตั้ง : เมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เซนได ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่น้ำตกอาคิอุ โอตากิ
    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่น้ำตกอาคิอุ โอตากิ

    ข้อมูลน่ารู้ แม้ ประเทศญี่ปุ่น จะมีน้ำตกที่สวยงามอยู่มากมายหลายแห่ง แต่น้ำตกอะกิอุโอะทะกิที่มีสายน้ำกว้าง 6 เมตรและตกลงมาจากความสูงกว่า 55 เมตรแห่ง เมืองเซนได นี้ ได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากเป็นพิเศษ เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มวลหมู่ต้นไม้รอบๆ น้ำตกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง เขียว และเหลือง ทำให้ทิวทัศน์บริเวณนั้นงดงามประหนึ่งภาพในฝัน ใบของต้นโอจิ(แปะก้วย) และ โมมิหยิ(เมเปิ้ล) ซึ่งเป็นตัวแทนของใบไม้แดงสลับสีกันดูงามตายิ่ง แถบอากิอุ ยังขึ้นชื่อในเรื่องน้ำพุร้อน และละแวกใกล้เคียง ยังมีแหล่งรวมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของอะกิอุ ซึ่งสาธิตวิธีการผลิต และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของ เซนได เช่น ตุ๊กตาโคเคชิ และตู้ไม้เซนได เป็นต้น

  5. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  ที่ บันไดอะซุมะ-สกายไลน์ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองฟุกุชิมะ จังหวัดฟุกุชิมะ
    การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟ JR ฟุกุชิมะ ใช้เวลา 40 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    Bandai-Azuma-Skyline
    ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ถนนลอยฟ้าบันได อาสุมะ Bandai Azuma Skyline

    ข้อมูลน่ารู้ บัน ไดอะซุมะ-สกายไลน์ เป็นชื่อถนนเส้นทางพิเศษ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เป็นเส้นทางที่เหมาะ กับการขับรถชมใบไม้แดงเป็นอย่างยิ่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 ม. และมีความยาวทั้งสิ้น 29 กม. เชื่อมระหว่างแหล่งน้ำพุร้อนทะกะยุ ใน เมืองฟุกุชิมะกับ เส้นทางขึ้นเขาทสุจิยุ จากจุดชมวิวอะซุมะฮักเก มองลงมาจะเห็นป่าใบไม้แดงที่แสนงดงาม ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว จากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาชื่นชมความงดงามของที่นี่ น้ำพุร้อนที่อยู่ในละแวกนั้น ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย

  6. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  ที่ นิกโก้ ในภูมิภาคคันโตุ

    ที่ตั้ง : เมืองนิกโก้ จังหวัดโทะจิงิ
    การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีรถไฟ JR นิกโก้ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เมืองนิกโก้
    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เมืองนิกโก้ ที่สวยงามอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ นิกโก้
    ข้อมูลน่ารู้ นิกโก้ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโก้โทโชงู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ นิกโก้ มี จุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ในตัวเมืองมีต้นอิโจ (แปะก้วย) ขึ้นเรียงรายและตรงถนนขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า อิโรฮะซะกะ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเส้นทางชมใบไม้หลากสีที่งดงามที่สุดในภูมิภาคคันโต และสถานที่ที่อยากแนะนำให้เดินทางไปชม คือน้ำตกริวซุ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบจูเซ็นจิโกะ “ริวซุ” มีความหมายว่า หัวมังกร เนื่องจากด้านหน้าของแอ่งน้ำตก มีหินก้อนใหญ่ขวางทางอยู่ ทำให้กระแสน้ำที่ไหลมาถึงจุดนั้น ถูกแยกออกเป็นสองทาง ลักษณะคล้ายหัวมังกร ตรงส่วนหัวของมังกรมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ เมื่อใบไม้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง ก็จะทำให้มองเห็นเป็นหัวมังกรสีแดงด้วย

  7. สวน เมจิจิงงุไกเอง ในภูมิภาคคันโต

    ที่ตั้ง : เขตมินะโตะ กรุงโตเกียว
    การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานีรถไฟ JR ชินะโนะมะจิ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน ไกเองมะเอะ
    ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ในสวน Meiji Jingu Gaien
    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ในสวน Meiji Jingu Gaien

    ข้อมูลน่ารู้ แม้ แต่ใจกลางกรุงโตเกียว ท่านก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ที่สวนยิงงูไกเอ็งแห่งนี้ มีต้นอิโจ (แปะก้วย) กว่า 140 ต้น ขึ้นเรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างสวยงาม อิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้นดิน จนทางเดินจะกลายเป็นสีเหลือง ในช่วงเวลานี้จะมีการจัด “งานเทศกาลชมใบอิโจ” ขึ้น ใน กรุงโตเกียว ไม่ เพียงแต่สวนจิงงุไกเอง ยังสามารถชมใบไม้แดงที่สวนชินจูกุเกียวเอ็ง สวนสาธารณะโยะโยะงิ สวนสาธารณะฮิบิยะ ฯลฯ ได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่มีโอกาสเดินทางมาติดต่อธุรกิจที่ญี่ปุ่น แต่ไม่มีเวลาเดินทางไปนอกเมือง จะแวะเวียนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสะดวก

  8. ทะเลสาบ คะวะงุจิโกะ ในภูมิภาคจูบุ

    ที่ตั้ง : มินะมิทสุรุ-กุง จังหวัดยะมะนะชิ
    การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟด่วนสายฟูจิคิวโค คะวะงุจิโกะ ใช้เวลา 20 นาที
    ช่วงเวลา : ต้นเดือนพ.ย.-กลางเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ทะเลสาบ คะวะงุจิโกะ นอกจากจะเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ ในการชมภูเขาไฟฟูจิคิวโค ซึ่งทัวร์จากประเทศไทย นิยมพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่ชมใบไม้แดง ที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วย ภูเขาไฟฟูจิที่ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ตัดกับสีของใบไม้แดงนั้น เป็นภาพทิวทัศน์ที่แสดงออก ถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ใบไม้แดงแถบนี้เกือบทั้งหมดเป็นใบของ ต้นโมะมิยิ (เมเปิ้ล) ในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มที่ จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบโมะมิจิขึ้น ในค่ำคืนช่วงเวลาที่มีงาน จะประดับไฟจนถึงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติคราวกับอยู่ในฝัน ในละแวกใกล้เคียงยังมี สวนสนุก พิพิธภัณธฑ์ศิลปะ อยู่มากมายหลายแห่ง และใกล้กับแหล่งน้ำพุร้อนฟูจิคาวางุจิโกะ ยังมีโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีบ่อน้ำพุร้อน ให้บริการอยู่มากมาย

  9. ที่ราบสูง ชิระคะบะ และวีนัสไลน์ ในภูมิภาคจูบุุุ

    ที่ตั้ง  : คิตะซะกุ-กุง จังหวัดนะงะโนะ
    การเดินทาง  : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ซะคุไดระ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
    ข้อมูลน่ารู้ จังหวัดนะงะโนะ มี ภูเขาสูงมากมาย ทำให้ในฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นสกี ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมใบไม้แดงกันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมใน จังหวัดนะงะโนะ คือ ที่ราบสูงชิราคาบะ จุดชมใบไม้แดงที่อยู่บนที่ราบสูงแห่งนี้ ได้แก่ ทะเลสาบทาเตชินาโกะและภูเขาทาเตชินะ ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเดินเท้าขึ้นไป ก็สามารถใช้บริการกอนโดร่าลิฟท์จากฟาร์ม ทาเตชินะ ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ ในการเดินทางไปยังที่ราบสูงชิราคาบะนั้น จะต้องใช้เส้นทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า วีนัสไลน์ ซึ่งเป็นถนนที่มีความยาวทั้งสิ้น 76 กม. ท่านจะได้เพลิดเพลินกับใบไม้แดง ระหว่างที่รถวิ่งอยู่บนเส้นทางวีนัสไลน์ จากที่ราบสูงชิระคะบะ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใกล้เคียง นอกจากรีสอร์ตชิราคาบะ และแหล่งน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และสวนพฤษศาสตร์

  10. อะระชิยะมะ ในภูมิภาคคันไซ

    Arashiyama
    Arashiyama

    ที่ตั้ง  : เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
    การเดินทาง  : เดินทางจากสถานีรถไฟ JR ซะงะอะระชิยะมะ ใช้เวลา 10 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ในเมืองหลวงเก่า เกียวโต ก็มีสถานที่ชมใบไม้แดงอยู่หลายแห่งเช่นกัน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ ทุก คนที่เดินทางมาที่นี่จะต้องไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ทสึเคียว โดยมีภูเขาอะระชิยะมะเป็นฉากหลัง นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังนิยมใช้บริการรถไฟโทร็อกโกะ เพื่อชมใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ อีก ด้วย เนื่องจากในเกียวโตมีวัด และศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถชมความงามของใบไม้แดง ในวัดต่างๆ ได้ เช่น วัดคิโยมิซุ วัดกิงคาคุจิ ศาลเจ้าชิโมงาโมะ วัดนันเซ็นจิ เป็นต้น

  11. ศาลเจ้า โคโตฮิระงุ ในภูมิภาคชิโกะกุุุ

    Kotohira-gu
    Kotohira-gu

    ที่ตั้ง  : นะกะตะโดะ-กุง จังหวัดคะงะวะ
    การเดินทาง  : เดินจากสถานีรถไฟ JR โคโตฮิระ ใช้เวลา 15 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ใน แต่ละปี มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะชิโกกุกว่า 3 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ของที่นี่คือ ศาลเจ้าโคโตฮิระงู แต่คนญี่ปุ่นเรียกที่แห่งนี้ว่า “คอมปิระซัง” ศาลเจ้า โคโตฮิระงูนั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปใน ภูเขาโซซุ ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระที่นี่ จะต้องขึ้นบันไดกว่า 800 ขั้น ซึ่งตลอดทางขึ้นบันได ท่านจะได้ชมความงามของใบเมเปิ้ลสีแดง ในวันที่ 10 พ.ย. ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดงขึ้น ซึ่งงานเทศกาลของที่นี่ จะแตกต่างจากงานเทศกาลของที่อื่นตรงที่ จะมีการทำพิธีอย่างเคร่งครัด ตามแบบอย่างที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ภูมิภาคนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่อง เส้นอุด้ง ซึ่งท่านสามารถลองทำเส้นอุด้งด้วยตัวเองได้ นอกจากนั้นยังสามารถตระเวนไป ชิมเส้นอุด้งที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นตามร้านต่างๆ ได้อีกด้วย

  12. สวนสาธารณะโมะมิจิดะนิ เกาะมิยะจิมะ ในภูมิภาคจูโงะกุุ

    ที่ตั้ง  : ซะเอกิ-กุง จังหวัดฮิโรชิม่า
    การเดินทาง  : เดินทางจากสถานี JR มิยะจิมะงุจิ 5 นาที เพื่อขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะมิยะจิมะ แล้วเดินต่อไปอีก 20 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ สวน สาธารณะโมะมิจิดะนิ ตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้า อิทสุกุชิมะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้านวัฒนธรรม ในสวนแห่งนี้มีต้นโมะมิจิ (เมเปิ้ล) กว่า 200 ต้น จุดที่สวยที่สุดคือ สะพานโมมิจิตรงทางเข้าสวนในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดง แต่จะอยู่ภายในช่วงกลาง-ปลายเดือนพ.ย. ซึ่งวันที่จัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ของฝากที่มีชื่อเสียงของ ฮิโรชิม่าคือ “โมะมิจิมันจู” (ขนมไข่รูปโมมิจิ) ซึ่งมีจำหน่ายที่นี่มากมาย

  13. น้ำพุร้อน อุนเซนในภูมิภาคคิวชิว

    ที่ตั้ง  : เมืองอุนเซน จังหวัดนะงะซะกิ
    การเดินทาง  : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิซะฮะยะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา  : ปลายเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ สี แดง ส้มและเหลือง ของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ มีความงดงามมาก ถึงขนาดหากมองไกลๆ อาจเข้าใจผิดจะคิดไปว่าเป็นดอกไม้ได้ เป็นเพราะที่นี่มีต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีถึง 150 กว่าชนิด หากมองลงมาจากยอดเขาคุนิมิดะเกะ ภาพที่เห็นจะยิ่งสร้างความประทับใจมิรู้ลืม แถบนี้มีชื่อเสียงมาก ในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ จึงมีทั้งโรงแรมแบบญี่ปุ่น และโรงแรมแบบสากล เปิดให้บริการอยู่มากมาย สามารถเลือกที่ถูกใจได้ นอกจากนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีก เช่น ฮุสเทนบอส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่จำลองบรรยากาศแบบยุโรปในยุคกลาง ที่จะแวะไปสัมผัสบรรยากาศได้

แล้วจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเมื่อไหร่ถึงจะสวย?

ข้อมูลที่ควรรู้ ที่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่ จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนจะร่วงหล่นจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้น งดงามด้วยสีที่สดใสตระการตาน่าภิรมย์ยิ่ง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าฤดูใบไม้ร่วง

ตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

จะเที่ยวอย่างไรให้สนุกในทริปใบไม้เปลี่ยนสี

จะบอกว่าการเที่ยวให้สนุกในแบบของแต่ละคนนั้นก็อาจจะสรุปได้ยากนะครับ แต่ขอพูดถึงการเที่ยวในฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีเป็นหลักละกัน สำหรับที่รักการเที่ยวกับบรรยากาศช่วงนี้ แน่นอนละต้องเป็นคนที่ชอบความโรแมนติก สีสันของธรรมชาติ อากาศเย็นสบายๆ ไม่หนาว และไม่มีฝน(ไม่แน่นะ) สะพายกล้องเก็บภาพกับหมู่มิตร เซฟฟี่กับธรรมชาติสวยๆ ทิวทัศน์ที่มองสุดลูกหูลูกตา ที่ประกายแสงเจิดจรัสจาก แสงแดด กับใบไม้ ภูเขาที่เป็นฉากหลัง ทำให้มโนภาพความสวยงามได้อย่างสุดปลายฝันทีเดียว

ใช้งบเท่าไหร่ดีสำหรับเที่ยวสัก 5-6 วัน

การเที่ยวเส้นทางมีหลายเส้นทาง อาทิเช่น

เริ่มจาก

-นาริตะ-โตเกียว-นิกโก้-เซนได

– นาริตะ-โตเกียว-นิกโก้-5ทะเลสาบฟูจิ

-ฮอกไกโด

-โอซาก้า -คันไซ-เกียวโต

ติดตามใบไม้เปลี่ยนสี โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นล่าสุด

[TourLists id=”4″]

Leave a Comment