โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น

 โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น หาราคาถูกสุด

ในประเทศญี่ปุ่น การเดินทางท่องเที่ยวไม่ใช่เป็นเรื่องยากเหมือนสมัยก่อน เพราะก่อนหน้านั้นคนญี่ปุ่นเองมักจะไม่นิยมพูดภาษาต่างชาติเอาเสียเลย แต่ในโลกปัจจุบันมันได้เปลี่ยนคนญี่ปุ่นหันมาต้อนรับขับสู้กับ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในยุคนี้ที่การส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าประเทศได้ดีที่สุดก็ว่าได้ ของทั่วโลกมักจะนำการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้นธุรกิจโรงแรม ที่พักของประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาปรับเปลี่ยน แม้กระทั่งโรงแรมสไตล์ เรียวกัง พื้นเมืองก็หันมาปรับให้เข้ากับนักท่องเที่ยวหลายๆ ชาติจากยุโรป ให้ได้กลมกลืน และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี จะประหยัดเวลาด้วยการบริการออนไลน์ หาราคาถูกสุด ด้วยระบบฐานข้อมูลโรงแรมทั่วประเทศญี่ปุ่น อัพเดทตลอดเวลา พร้อมการแสดงความคิดเห็นของผู้คน ที่ได้ใช้บริการโรงแรมแต่ละแห่ง ให้เราได้ทราบด้วย

Booking.com

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น หาได้อย่างไร

การหาที่พักโรงแรม ในญี่ปุ่นเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป หากคุณใช้ระบบการจองเว็บไซต์ออนไลน์ ที่ใช้ภาษาได้หลากหลายภาษา ซึ่งโดยเฉพาะภาษาไทย ซึ่งโดยทั่วไปเว็บไซต์โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น สมัยก่อน หรือสมัยปัจจุบัน มักจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น จะทำให้เข้าใจยาก การที่ท่านต้องการอยากได้โรงแรมที่พักสักแห่ง ท่านก็อยากได้ข้อมูลรายละเอียดครบท่าน แม้กระทั่งเงื่อนไขข้อกำหนด การจอง การชำระเงิน เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

ต้องการโรงแรมประเทศญี่ปุ่นราคาสุดคุ้ม พิจารณาอย่างไร

การ จองโรงแรมที่พัก ลูกค้าส่วนใหญ่มักสนใจในเรื่องของราคาว่าที่ไหนให้ถูกกว่ากัน ในยุคการแข่งขันสูงแบบนี้ การ search google อาจจะยังพอสำหรับข้อมูล การเลือกทราเวลเอเจนซี่ก็อาจจะยังไม่พอ การเลือกเว็บไซต์เปรียบเที่ยบ ก็น่าจะพอมีโอกาส ทั้งนี้ท่านสามารถทำได้ในอินเตอร์เนตเพียงไม่กี่นาที แต่การที่จะสรุปเอาเรื่องราคามาเป็นหลัก อาจจะยังไม่พอ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงการบริการก่อนการจอง ระหว่างการจอง หลังการจอง ก็ต้องคำนึงเช่นกัน การตรวจสอบเงื่อนไขการจอง การจำระเงิน การขอเรียกคืน (Refund) กรณียกเลิก หรือเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งระยะเวลากำหนดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีค่าธรรมเนียมอย่างไร อาหารเช้ารวมหรือไม่ หรืออาจมีเด็กเล็กที่เดินทางไปด้วย มีการเก็บค่าบริการอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่จะแนะนำ ที่กล่าวมานี้ เรามั่นใจว่า booking.com ให้สิทธิ์ค่อนได้ดีและยืดหยุ่นสูง ปลอดภัย และการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง ต้องบอกเลยว่าได้เปรียบ

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่นมีที่ไหนบ้าง

หากเราวางแผนการท่องเที่ยวไว้เรียบร้อยแล้ว โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แทบจะหาได้ทุกถนนหนทางเลยทีเดียว ทั้งโรงแรมอินเตอร์ แบบเรียวกัง แบบโฮมสเตย์ แบบอพาร์ทเม้นท์ ที่พักในวัด และแม้แต่โรงแรม capsule ราคาประหยัด จะเป็นย่านนอกเมืองชนบท ราคาก็จะประหยัด มีที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟก็แพงขึ้นมาหน่อย หากเป็นย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้งค์ แน่นอนแหละครับความสะดวกสบาย นั้นย่อมได้เปรียบที่อื่นๆ เพราะเหมาะในการเดินทาง ที่กิน ที่เที่ยว ที่ซื้อของ แต่ก็ใช่ว่า โรงแรมราคาถูกจะไม่นะครับ หากท่านไม่ยึดติดกับ ดาว ละก็โรงแรมแบบแคปซูล ก็เป็นที่นิยมสำหรับนักเดินทางที่ชอบประหยัดก็มีให้เลือกมากมาย หรือหากอยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบพื้นเมือง พักโรงแรมเรียวกัง มีออนเซนบริการให้ด้วย มีทั้งแบบระดับราคาสูงๆ ไปจนถึงราคาต่ำๆ ก็มี แต่โดยภาพรวมแล้วโรงแรมเรียวมักจะมีราคาสูงกว่าโรงแรมทั่วไปนะครับ

จะเที่ยวเอง หาราคาโรงแรมในประเทศญี่ปุ่น

การ หาประสบการณ์เดินทางแบบเที่ยวเองไม่ง้อบริษัททัวร์ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อีกต่อไป หากท่านชอบอิสสระ เลือกโรงแรม ที่เหมาะกับการเดินทางใกล้สถานีรถไฟ ใกล้ระบบขนส่ง ที่ในประเทศญี่ปุ่นมีให้อย่างสมบรูณ์แบบ ในระดับ 1-5 ของโลกเลยที่เดียว ท่านจะสืบค้นข้อมูลรายละเอียดที่ตั้งของโรงแรมอย่างละเอียด ว่าโรงแรมมีที่ตั้งห่างจากจุดสำคัญเท่าไหร่ เช่น ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟ ศูนย์การค้า ภัตตาคารร้านค้า ไม่อยากเลยแค่ปลายนิ้ว

ในญี่ปุ่นมีโรงแรมแบบไหนบ้าง

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แบบตะวันตก

  • โรงแรมระดับสากล

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แบบตะวันตก
โรงแรมในประเทศญี่ปุ่นแบบตะวันตก

โรงแรม ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น จะเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และความหรูหราโอ่อ่าทุกประการ โรงแรมแบบเลิศหรูในลักษณะดังกล่าวนี้มีบริการแก่นักธุรกิจระดับผู้บริหารที่ เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น และบรรดานักท่องเที่ยวจากต่างแดน พนักงานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างชำนาญ ที่สำคัญทางโรงแรมมี “เอ็กเซคคิวทีฟชาล็อง” ไว้ คอยให้บริการ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสาร หรือบริการบิสซิเนสเซอร์วิส เช่น สั่งพิมพ์นามบัตรภาษาอังกฤษ ส่งโทรสาร ถ่ายเอกสารและอื่นๆภัตตาคารในโรงแรมหรูหรา ได้ชื่อว่าเป็นภัตตาคารชั้นเยี่ยมที่สุดในเมืองใหญ่ๆ และมีอาหารนานาชนิดไว้พร้อมบริการให้กับลูกค้า โรงแรมระดับนี้สามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในโรงแรม ค็อกเทลเลาจน์ ไปจนถึงบริการเสิร์ฟถึงห้องพัก นอกจากนี้ยังมีบริการรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไว้บริการลูกค้าระหว่างโรงแรม กับท่าอากาศยานนานาชาติที่ใกล้ที่สุด ราคาห้องพักชนิดเตียงคู่หรือชนิด 2 เตียงเดี่ยว ในโรงแรมระดับหรูอยู่ในราว 30,000 เยน/คืน และระดับรองลงมาเล็กน้อยเรียกว่าเฟิสท์คลาส ค่าห้องอยู่ราวคืนละ 20,000 เยน โรงแรมทั้งหลายที่เป็นสมาชิกของสมาคมโรงแรมญี่ปุ่นจะพยายามรักษามาตรฐานของ ตนไว้เสมอ

  • โรงแรมระดับธุรกิจ

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แบบ business
hotel-in-japan-business

นัก ธุรกิจชาวญี่ปุ่นนิยมพักที่โรงแรมบิสซิ เนสโฮเต็ล ขนาดโรงแรมค่อนข้างเล็ก ส่วนความสะดวกสบายจะมีเท่าที่จำเป็นแก่การพักระยะสั้นเพื่อทำธุรกิจ จึงปราศจากความหรูหราฟุ่มเฟือยใดๆแต่ละชั้นมีตู้ขายเครื่องดื่มและขนมขบ เคี้ยวหยอดเหรียญ ในโรงแรมแบบนี้มีห้องอาหารหนึ่งห้องและที่สะดวกก็คือทำเลที่ตั้งของมักอยู่ ใกล้สถานีรถไฟ เนื่องจากลูกค้าแทบ
ทั้ง หมดเป็นนักธุรกิจ ห้องพักจึงมักเป็นห้องเดี่ยว มีห้องน้ำในตัว ค่าห้องโดยเฉลี่ยคืนละ 6,000 เยนขึ้นไป จนถึงห้องคู่ประมาณ 10,00 เยนจองโดยตรงผ่านเว็บไซต์ได้

  • โรงแรมระดับเพนชั่น

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น pension
hotel-in-japan-pension

ที่ มีอยู่ทั่วไปมักจะมีห้องพักแบบยุโรปราวๆ 10 ห้องหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย และผู้บริหารงานเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ค่าพักโดยเฉลี่ยคืนละ 8,000-9,000 เยน รวมอาหารสองมื้อ หากท่านชอบความสุขสบายเหมือนอยู่บ้านตนเอง และบรรยากาศนอกบ้านที่เหมาะสำหรับเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม ที่พักแบบนี้นับว่าเป็นทางเลือกที่เยี่ยมยอดทีเดียว

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แบบเรียวกัง หรือแบบญี่ปุ่น

  • เรียวกัง (Ryokan)
    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-ryukan
    hotel-in-japan-ryukan

    เป็น ที่พักสำหรับคนเดินทางที่ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ ด้วยการสัมผัสบรรยากาศแบบพื้นบ้านญี่ปุ่น ประตูห้องพักเป็นประตูเลื่อนเรียกว่า ฟุซุมะ (Fusuma) สำหรับเฟอร์นิเจอร์มีจำนวนจำกัดมีเพียงโต๊ะเตี้ยๆ 1 ตัว และหากว่าห้องพักนั้นมีระเบียงเล็กๆที่ระเบียงก็มีโต๊ะเล็กๆ 1 ตัวกับเก้าอี้ 2 ตัววางไว้ให้ ฝาผนังห้องประดับด้วยภาพแขวนผนังที่วาดด้วยพู่กัน ส่วนที่นอน หมอน ผ้าห่ม ถูกเก็บไว้ในตู้ลึกติดผนัง และมีบริการปูที่นอนให้ในเวลาค่ำหลังอาหารมื้อเย็น

  • การเข้าพักใน Ryokan 
    ผู้ เข้าพักต้องถอดรองเท้าที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแบบญี่ปุ่น แล้วสวมรองเท้าแตะที่จัดไว้ให้สำหรับเดินเข้าไปข้างใน ต่อจากนั้นต้องถอดรองเท้าแตะ ก่อนขึ้นไปเหยียบพื้นเสื่อทะตะมิที่ปูลาดพื้นห้อง ดังนั้นโปรดนำถุงเท้าหนาๆ ของท่านติดตัวไปด้วย ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวในห้องพัก จะมีเบาะรองนั่งบนพื้นเสื่อญี่ปุ่นเรียกว่า “Zabuton” วางไว้ให้นั่งรอบๆ โต๊ะเตี้ยๆและจะมีผ้าห่มหนาๆ คลุมโต๊ะ ท่านสามารถเหยียดขาลงไปใต้ผ้าห่มนั้นได้ เพราะมีความอบอุ่นอยู่ใต้โต๊ะที่เกิดจากเตาไฟฟ้าทำความอุ่นเรียกว่า “โคทะทสุ” (Kotatsu) ส่วนที่นอนนุ่มอุ่นสบายเรียกว่า “ฟุตง” (Futon) จะถูกนำมาปูให้ท่านบนพื้นห้อง พร้อมกับผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหนา (บางทีทางที่พักจะจัดผ้าห่มเพิ่มให้อีก) และยังมีชุดผ้าฝ้าย ยุคะตะ (Yukata) ไว้ให้สวมเวลาอยู่ในห้อง ถ้าอากาศหนาวจะมีเสื้อคลุมหนาอีก 1 ตัวไว้ให้สวมทับ

โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น แบบประหยัด

  • Minshuku ที่พักที่เจ้าของบ้านเปิดให้เช่าเอง
    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-Minshuku
    hotel-in-japan-Minshuku

    เป็น อีกรูปแบบหนึ่งของที่พัก ที่นักท่องเที่ยวคนเดินทางจะได้ประสบการณ์ใกล้ชิดยิ่งกว่าเรียวกัง ในการสัมผัสกับชีวิตครอบครัวชาวญี่ปุ่น สำหรับอัตราค่าที่พักถูกและเป็นกันเอง เนื่องจากเป็นการเปิดบ้านของตนเองให้คนแปลกหน้ามาพัก ราคาประมาณ 6,500-9,000 เยน/คืน พร้อมอาหาร 2 มื้อ และบริการแบบคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีสาวใช้มารอรับใช้ และผู้ที่มาพักก็ควรจะปูและเก็บที่นอนของตนเอง (ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวไปด้วย)

  • People’s lodge (Kokumin Shukusha)
    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-Kokumin-Shukusha
    hotel-in-japan-Kokumin-Shukusha

    เป็น ที่พักแบบประหยัดประมาณ 6,500เยน/คืน มีอยู่ตามรีสอร์ทที่คนนิยมไปพัก และตามวนอุทยานแห่งชาติ ห้องพักของแขก ตลอดจนที่อาบน้ำและห้องส้วมเป็นแบบชาวญี่ปุ่นใช้ หากประสงค์จะใช้ชีวิตแบบประเพณีนิยมในต่างจังหวัด แบบนี้เหมาะที่สุด เพราะท่านจะได้รับความสุขสบายท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงาม รับรองว่าประทับใจแน่ๆ

  • Shukubo (ที่พักในวัด)

    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-temple-lodge
    hotel-in-japan-temple-lodge

    วัดพุทธจำนวนไม่น้อยในญี่ปุ่นที่เปิดบริการที่พักสำหรับผู้มาเยือน บางแห่งมีกิจกรรมนั่งสมาธิแบบเซนด้วย เช่นในเกียวโต

  • Onsen Ryokan (ที่พักตามแหล่งน้ำพุร้อนหรือบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ)

    Osen Ryokan ที่พักแบบเรียวกัง
    Osen Ryokan ที่พักแบบเรียวกัง

    เมือง ที่อุดมด้วยแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ทั่วทุกภาคจะมีที่พักตากอากาศ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมบ่อน้ำแร่ออนเซน แบบอยู่ภายในหรือกลางแจ้งให้ชมทะเล ภูเขาหรือน้ำตกได้ แล้วแต่ทำเลของแต่ละเมืองเช่นเมืองริมทะเล Atami เมืองท่ามกลาง ภูเขา Kinugawa เมือง Gero ในภาคกลาง และเมือง Beppu ทางใต้ของญี่ปุ่น

  • รถไฟที่มีตู้นอน รถบัสและเรือเฟอรี่ข้ามคืน
    บน รถไฟระยะทางไกลที่มีตู้นอน บนรถบัสที่เดินทางกลางคืน และเรือเฟอรี่ที่เดินทางข้ามคืน ท่านสามารถจะพักผ่อนได้อย่างสุขสบายระหว่างเดินทาง
  • Youth Hostel (หอพักเยาวชน)

    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-youth-hostel
    hotel-in-japan-youth-hostel

    ใน ญี่ปุ่นมีบ้านเยาวชนอยู่ประมาณ 360 แห่งในจำนวนนี้มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่เปิดต้อนรับประชาชนทั่วไป อีกจำนวนหนึ่งนั้น ต้อนรับเฉพาะผู้เป็นสมาชิกสมาพันธ์ สมาคมบ้านเยาวชนแห่งชาติ หากท่านมิได้เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ดังกล่าวนี้ ท่านสามารถซื้อบัตร Guest Card ในราคา 2,800 เยน ที่สำนักงานใหญ่ของสมาพันธ์ฯ ในโตเกียว เรียก ว่า “Tokyo National Headquaters” ค่าที่พักของบ้านเยาวชนถูกมากราวๆ 3,500-4,500 เยน ไม่รวมค่าอาหาร และภาษีผู้บริโภค 5% ผู้มาพักก็ไม่มีขีดจำกัดเรื่องอายุด้วย

  • Japanese Inn Group
    เป็น สมาคมที่มีสมาชิกเป็นโรงแรมแบบญี่ปุ่น ซึ่งพยายามที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อัตราค่าที่พักถูกมากสำาหรับชาวต่างชาติ คือประมาณ 5,000เยน/คน/คืน ผู้พักทำการจองโดยตรงได้ทางโทรศัพท์, โทรสาร หรือ www.jpinn.com
  • Capsule Hotel

    โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น-capsule
    hotels-in-japan-capsule

    เป็น โรงแรมที่มีลักษณะคล้ายตู้นั่งและนอนได้ ในโตเกียวส่วนมากตั้งอยู่ใกล้สถานี เช่น Shinbashi, Shibuya, Harajuku สะดวก และราคาประหยัด แต่อาจจะเหมาะสำหรับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

 

 

โรงแรมในประเทศไทย

โรงแรมในประเทศไทยเลือกได้อย่างคุ้มค่า

โรงแรมในประเทศไทย คุณสามารถเลือกได้อย่างชนิดที่คุณต้องการ ไม่ว่าซอกมุมไหนของประเทศไทย เพียงง่ายด้วยๆ การค้นหาโดยใช้แผนที่ในระบบ ก็จะนำพาท่านไปถึงจุดหมายได้ไม่ยาก เพื่อตอบสนองของภาษาต่างๆ ที่ได้รับการแปลเพื่อบริการให้กับลูกค้าแต่ละประเทศ โดยเฉพาะคนไทยของเรา พร้อมการรับเข้าเป็นสมาชิกสิทธิ์เหนือใคร
beautiful-hotel

โรงแรมในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง?

มีครบทุกจังหวัด ตลอดจนถึง อำเภอเล็กๆ แหล่งที่ท่องเที่ยวอันสำคัญของประเทศไทย ทุกภาคก็ว่าได้ หรือจะเป็นแหล่งตัวเมืองเพื่อเดินทางติดต่อธุรกิจ หรือโรงแรมติดธรรมชาติชายหาด ติดภูเขา ติดแม่น้ำ ที่เหมาะกับการพักผ่อนวันพิเศษของท่าน หรือเพื่อติดต่อธุรกิจการงาน ทำให้ท่านสะดวกสบายยิ่งขึ้น

โรงแรมในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง?
โรงแรมในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง?

 Booking.com

วิธีจองโรงแรมในประเทศไทย ทำอย่างไรให้ถูกสุด

ท่านจะได้รับคำแหล่งนำจากการค้นหา เปรียบเทียบโรงแรมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ด้วยการให้ข้อมูลของโรงแรมไม่ว่า ตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายในห้องของโรงแรม ตลอดจนบริเวณโดยรวมของโรงแรม ที่จะมีบริการให้ลูกค้าได้ใช้บริการ มีการเสนอราคาวันพิเศษกับวันพิเศษ สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า ท่านสามารถเลือกวันพักผ่อน ด้วยราคาที่แตกต่างของช่วงฤดูกาล หรือช่วง low season หรือแม้กระทั่ง High Season ท่านจะได้รับการเสนอด้วยราคาการันตีที่ถูกสุดกับโปรแกรมไม่มีการยกเลิกการเดินทาง เป็นต้น และหากท่านมีการวางแผนจองล่วงหน้าไว้นานๆ ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะได้ราคาถูกสุด early bird price หรือแม้กระทั่งราคาวินาทีสุดท้าย last minute price ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้ๆ ที่บางโรงแรมยังคงมีห้องพักเหลือ และนำออกมาทำการโปรโมชั่น เพื่อให้เกิดการใช้ห้องพักของโรงแรมได้มากขึ้น Highly Occupancy

วิธีจอง โรงแรมในประเทศไทย ทำอย่างไรให้ถูกสุด
แผนที่โรงแรมต่างๆ

อยากจองโรงแรมในประเทศไทย แต่ไม่มีบัตรเครดิต

แน่นอนครับ การจองโรงแรมหลายท่านกลัวการชำระเงิน หลายท่านไม่สะดวกการจ่ายเงินด้วยระบบบัตรเครดิตออนไลน์ ต้องการชำระเงินสด หลายเว็บไซต์มักจะบังคับให้ลูกค้าจองด้วยระบบชำระเงินทันที ซึ่งเป็นการสร้างความอึดอัดไม่น้อย ดีไหมครับ หากท่านจองด้วยระบบล่วงหน้ากับเว็บไซต์ แล้วมีระบบให้ชำระด้วยเงินสด ในวันเข้าพัก ด้วยความสบายใจ มั่นใจปลอดภัยเพิ่มมากกว่าที่ใดๆ

อยากจองโรงแรมในประเทศไทย แต่ไม่มีบัตรเครดิต
Incredible swimming pool Thatched roof Cozy lounge chairs Glass door

โรงแรมในประเทศไทย จองก่อน จ่ายวันเข้าพักทำอย่างไร?

โรงแรมในประเทศไทย จองก่อน จ่ายวันเข้าพักทำอย่างไร?
ที่พักที่อยู่แนบชิดธรรมชาติ

นี่แหละครับ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกวิธีการแบบ “จองก่อน จ่ายทีหลัง” ด้วยระบบการทำตลาดที่เปิดโอกาสให้ยืดหยุ่นกับลูกค้ามากที่สุด โดยให้ลูกค้าสามารถเลือกวางแผนการเดินทาง ใช้บริการโรงแรมไว้ล่วงหน้า และยังไม่ต้องชำระเงิน หากท่านมั่นใจว่าท่านเดินทางแน่นอนไม่มีการเปลี่ยนวันเดินทาง ท่านสามรถเลือกการันตีราคาโรงแรม ของห้องที่จัดโปรโมชั่นได้ราคาที่ต่ำลงไปอีก ราคาทั่วไปอีกด้วย

โรงแรมในไทยมีทั่วทุกจังหวัดหรือป่าว?

แถบจะบอกได้เลยว่า มาที่นี่ที่เดียว หาที่พักได้ครบทุกจังหวัด เลือกได้ดั่งใจด้วย ปริมาณการทำยอดขายของเว็บไซต์สามารถดึงธุรกิจโรงแรม เข้าร่วมพันธมิตรธุรกิจ ได้เพิ่มตลอดเวลา กับนโยบายการขายห้องพักแบบให้ประโยชน์สูงสุดกว่าที่ใดๆ จึงเป็นที่ศูนย์รวมของธุรกิจโรงแรม ที่มากขึ้นทุกวัน
โรงแรมในไทยมีทั่วทุกจังหวัดหรือป่าว?

อยากพักโรงแรมแบบติดธรรมชาติ

อยากพักโรงแรมแบบติดธรรมชาติ
พักผ่อนกับที่พักสุดยอดของธรรมชาติรอบข้าง

คุณ จะได้รับสิ่งนั้น ที่คุณอยากได้แน่นอน ไม่ว่าระบบมาตราฐานขั้น 5 ดาว ไปจนถึง ระบบ 3 ดาว หรือชั้นประหยัด สถานที่ติดกับธรรมชาติภูเขา ท้องทะเล ริมชายหาดอันแสนสวย หรือบนเกาะส่วนตัว ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจริงๆ

อยากพาครอบครับไปพัก โรงแรมในไทย

การ พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้กับสังคมเริ่มต้นที่ครอบครัว ที่พักโรงแรมส่วนใหญ่มักจะเล็งเห็นการบริการที่พร้อมให้กับคนสูงอายุ กับคู่ฮันนี่มูน กับวัยรุ่น วัยเด็กๆ ซึ่งจะมี facilities (สิ่งอำนวยความสะดวก) หรือกิจกรรมเสริม (Activities) ไว้ครบวงจร ตลอดจนห้องพักที่ท่านสามารถเลือกได้เป็นห้องสำหรับครอบครัว ที่พักรวมกัน

อยากพาครอบครับไปพัก โรงแรมในไทย
hotel-with-kids

มีสัตว์เลี้ยงไปด้วยจอง โรงแรมในไทย ได้ไหม?

มี ครับ การพักผ่อนกับเพื่อนยาก สัตว์เลี้ยงก็เป็นสิ่งจำเป็น และสร้างความสุขแบ่งปันซึ่งกันและกันได้ โดยแต่ละโรงแรมก็มีนโยบายและยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วย ท่านสามารถเลือกหาโรงแรมที่ระบุไว้บริการชัดเจน

มีสัตว์เลี้ยงไปด้วยจอง โรงแรมในไทย ได้ไหม?
hotel-pet-allowed

จะจอง โรงแรมในไทย แต่ไม่รู้จักว่าดีไหม?

ท่าน สามารถลดความกังวลใจได้ในระดับหนึ่งกับการที่เลือกจ่ายห้องพัก โรงแรมในไทย สักแห่งหนึ่งว่ามันค่าจริงไหม? ในระบบเว็บไซต์มีการให้คะแนนห้องพักโรงแรม มีการให้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา(comments) จากผู้ใช้บริการที่เข้าพักมาแล้ว จากประเทศต่างๆ จะช่วยให้ทำให้ท่านได้รับข้อมูล เพิ่มความมั่นใจได้มากทีเดียว นอกเหนือจากข้อมูลที่มีมากมายกับโรงแรมนั้นๆ อาทิ รูปภาพห้องพัก รูปภาพภายนอก ภายในของโรงแรม การระบุสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้เราได้ทราบอย่างครบครัน

จะจอง โรงแรมในไทย แต่ไม่รู้จักว่าดีไหม?
floating hotels thailand beautiful and luxurious

beautiful-hotel1

beautiful-hotel7

 

ทัวร์ญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น ยอดนิยมหลักๆ ที่เราอยากจะแนะนำนะครับ ญี่ปุ่นมีเกาะแก่งมากมายกว่า 6,800 เกาะ เลยทีเดียว แต่ที่เป็นเกาะหลักๆ ที่เรารู้จักกันดี คือ 4 เกาะ ที่มีการเดินทางคมนาคมสะดวกสบายได้หลากหลายทางด้วยกัน ในการเดินทางท่องเที่ยวกัน ซึ่ง 4 เกาะที่ขอแนะนำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญ อันได้แก่

ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวเกาะฮอกไกโด  (Hokkaido)

ทัวร์ญี่ปุ่น otaru-canal-hokkaido
otaru-canal-hokkaido
รายการทัวร์ญี่ปุ่น hokkaido-flower@tomita farm
hokkaido-flower@tomita farm

ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีอากาศหนาวเย็นมากที่สุดและค่อนข้างดีตลอดทั้งปี พื้นที่เกาะประมาณ 83,000 ตารางกิโลเมตร มีสายการบินหลายสายบินตรงจากประเทศไทยไปยังเมืองซับโปโร เพื่อท่องเที่ยวโดยเฉพาะเทศกาลหิมะ ตลอดจนฤดูร้อนก็นิยมเที่ยวชมดูดอกไม้ และทานอาหารทะเลที่หาได้แบบสดๆ ธรรมชาติ รายการทัวร์ญี่ปุ่น แนะนำเที่ยว ฮอกไกโด เทศกาลหิมะซับโปโร

เที่ยวเกาะฮอนชู (Honshu)

รายการทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ
วัดเซนโซจิ
รายการทัวร์ญี่ปุ่น ย่านชิบุยะ
ย่านชิบุยะ
รายการทัวร์ญี่ปุ่น ศาลเจ้าฟูชิมิ
ศาลเจ้าฟูชิมิ
รายการทัวร์ญี่ปุ่น ชมซากุระบานที่สวนมารายูมา
ชมซากุระบานที่สวนมารายูมา

เกาะฮอนชู เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ  231,000 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญต่างๆ รวมถึงเมืองหลวงอย่าง Tokyo เช่นกัน และเมืองใหญ่ๆที่สำคัญอีกหลายเมืองจากตอนกลางไปยังตอนใต้ของเกาะ

เมืองโอซาก้า

โอซาก้าตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่และอยู่ตรงกลางสุดของประเทศ โอซาก้าได้รับสถาปนาเป็นเมือง (City) และเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นตั้งแต่ค.ศ.1889 มีประชากร 2.6 ล้านคน ในเนื้อที่ทั้งหมดรวม 221 ตารางกิโลเมตร สำหรับจังหวัดโอซาก้า (Osaka Prefecture) นั้นมีเมืองในการปกครองรวม 42 เมือง รวมทั้งเมืองโอซาก้า (Osaka City) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่และสำคัญที่สุด มีพลเมืองรวมทั้งสิ้น 8.8 ล้านคน บนเนื้อที่รวม 1,890 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ว่าโอซาก้าจะเป็นจังหวัดที่เล็กเป็นที่สองของญี่ปุ่นในด้านขนาดก็ตาม แต่สำหรับด้านประชากรแล้ว ถือว่ามีประชากรจำนวนร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นที่สองรองลงมาจากมหานครโตเกียว เอกลักษณ์สำคัญด้านประชากรอีกประการหนึ่งของโอซาก้าคือ ประชากรร้อยละ 15.56 เป็นชาวต่างชาติ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ขอแนะนำ เช่น ปราสาทโอซาก้า, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan, ตลาดกลางโอซาก้า, ย่านชินไซบาชิ, ย่าน Chayamachi, หอคอย Tsutenkaku, ศูนย์รวมบ่อน้ำแร่ทั่วโลก Spa World,พิพิธภัณฑ์บ้านเรือนดั้งเดิมของญี่ปุ่นNihon Minka Shuraku Hakubutsukan,ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE,ศาล Ishikiri-Tsurugiya,เที่ยวย่าน Minami

นารา

ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโอซาก้าเพียงแค่ 35 กิโลเมตร เป็นอดีตเมืองหลวงเก่าในอดีต มีวัดและศาลเจ้าโบราณมากมายจนยูเนสโกต้องมาขึ้นทะเบียนมรดกโลกไว้ให้ นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงามและมีกวางอาศัยอยู่มากมายจนกลาย เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้

เกียวโต

เมืองเกียวโต (Kyoto) เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นในอดีต ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกหรือ “คันไซ” บนเกาะฮนชู เมืองเกียวโตมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่บ้านเมืองแบบเก่าและเป็นแหล่งรวมศิลป วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นโบราณ

น่าโกย่า

นาโกย่ามีประชากรประมาณ 2,300,000 คน และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดใน “ภูมิภาคชูบุ” ซึ่งอยู่ตรงกลางของประเทศญี่ปุ่น บริเวณรอบๆนาโกย่ามีแหล่งผลิตสินค้าการเกษตร ปศุสัตว์ และประมงที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นเมืองอุตสาหกรรม โดยมีฐานการผลิตรถยนต์, ยานอวกาศ, เครื่องจักร, เซรามิก ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้ท่านมาเที่ยวชมได้ อย่างเต็มอิ่ม เช่น การเที่ยวชมประวัติศาสตร์ (สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโอดะ โนบุนางะ, โทโยโตมิ ฮิเดะโยชิ, โทกุงาวะ อิเอะยาสุ), การท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม (วัฒนธรรม “การผลิตสินค้า”) และยังเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในเมือง เช่น การช้อปปิ้งและลิ้มรส “อาหารนาโกย่า” ยอดนิยม เช่น เทบะซากิ (ปีกไก่ทอด), มิโซะคัตสึ (หมูทอดซอสมิโซะ), ฮิตสึมะบุชิ (ข้าวหน้าปลาไหล) ฯลฯ

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji) ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นสัญญลักษณ์ตัวแทนของญี่ปุ่นก็ว่าได้ เป็นธรรมชาติที่มีความยิ่งใหญ่สามารถมองเห็นได้กว้างไกลมหาศาล มีสีสันอันสวยงามตามฤดูกาล 4 ฤดูกาล สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวสนใจที่ครั้งหนึ่งจะต้องไปเยือนให้ได้ ซึ่งในช่วงที่ฤดูกาลที่ไม่หนาวมากนัก ท่านสามารถที่เดินทางโดยรถยนต์ขึ้นสู่ชั้นที่ 5 ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด ในช่วงฤดูร้อนยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ชอบปีนเขา ขึ้นสู่ยอดเขาไฟฟูจิ ซึ่งจะมีจัดให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม

หรือตอนเหนืออาทิเช่น

เมืองนิกโก้

“เมืองนิกโก้ คือ ประเทศญี่ปุ่น” เมืองนิกโก้ (Nikko) เป็นเมืองมรดกโลก ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ โชกุนตระกูลโทคุกาวา (Tokugawa) ได้วาง Nikko ให้เป็นเมืองฝ่ายเหนือ มีการสร้างวัดและศาลเจ้าสวยงามหลายแห่ง โชกุนก็ได้อาศัยอยู่ในเมือง Nikko หลังจากโชกุนได้เสียชีวิตมีการสร้างสุสานโชกุนที่ Nikko ซึ่งเป็น 1 ในสุสานที่สวยงามของญี่ปุ่น นอกจากเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว Nikko ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติ Nikko ออนเซ็น สวนสนุกเอโดะ

เมืองฟุกุชิมะ

เมืองตอนเหนือจากนิกโก้ เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ติดทะเล มีโรงงานพลังงานนิวเคลีย มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขอแนะนำ อาทิเช่น เขาบันไดและทะเลสาบอินาวาชิโระ,หมู่บ้านโออุจิ จูกุ,ปราสาทซึรุกะ,ทัวร์เก็บผลไม้,“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ-สิ่งแวดล้อม” อความารีน ฟุกุชิมะ,บ่อน้ำพุร้อนอีซากะ

เมืองเซนได

นครเซนไดซึ่งมีประชากรกว่าล้านคนอยู่อาศัยนี้เป็นศูนย์กลางหน่วยงานปกครอง และเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่เรียกว่าโทโฮะขุของญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าเซนไดจะเป็นเมืองใหญ่และทันสมัย แต่ความก้าวหน้าในด้านต่างๆของเมืองได้ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างได้สม ดุลย์ หลายๆแห่งในเมืองมีทัศนียภาพงดงามชวนให้ต้องหยุดมอง เช่นทิวทัศน์น้ำใสไหลรินของแม่น้ำฮิโระเซะ หรือต้นเคยะขิที่ชอุ่มเขียวเป็นแนวตลอดสายถนน ความเขียวขจีของแมกไม้ในเมืองนี้เองที่ทำให้เซนไดได้สมญาว่าเป็น “เมืองแห่งต้นไม้ (โมริ โนะ มิยะโขะ)” แหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำได้แก่ ปราสาท Sendai,ศาลเจ้าโทโชกู,ศาลเจ้าOsaki Hachimangu Shrine,วัดรินโนจิ,วัดรินโนจิ,สุสาน Zuihoden Mausoleum,เทวรูปใหญ่เจ้าแม่กวนอิม

เกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยหลายจังหวัด ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันแสนสวย โดยเฉพาะ ใบไม้เปลี่ยนสี รายการทัวร์ญี่ปุ่น ต้องจัดเมืองเหล่านี้ไว้ เป็นต้น ที่สนามบินนาชาติ ที่สามารถบินสู่เกาะนี้จากเมืองไทยหลายแห่งครับ เช่น สนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ สนามบินโอซาก้า สนามบินนาโกย่า เป็นต้น รายการแนะนำทัวร์เฉพาะเกาะฮอนชูก็สามารถจัดโปรแกรม ได้ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ – 2 สัปดาห์ก็ยังเที่ยวไม่หมด

เที่ยวเกาะชิโกกุ (Shikoku)

เนื่องจากเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดในสี่เกาะหลัก โดยมีเนื้อที่อยู่เพียงแค่ 19,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แต่ก็มีความสวยงามและคงบรรยากาศแบบธรรมชาติไว้อย่างดี

เที่ยวเกาะคิวชู  (Kyushu)

มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม เนื้อที่โดยประมาณ 42,000 ตารางกิโลเมตร สภาพโดยรวมมีอากาศค่อนข้างดีตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงหน้าร้อนที่อาจจะร้อนมากหน่อย เป็นเมืองวัฒนธรรมที่อยู่ใต้สุดจากเกาะฮอนชู มีเมืองฟูกูโอกะ เป็นเมืองสำคัญ มีเที่ยวบินเดินทางตรงไปสู่สนามบินแห่งนี้ เมืองนี้จัดอยู่ในรายการทัวร์ ที่แนะนำอีกทั้งเมืองอื่นๆ ใกล้เคียง ที่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แหล่งอาบน้ำ้แร่แบบดั้งเดิมญี่ปุ่น ที่ เมืองเบบปุ พลาดไม่ได้ที่ต้องไปเยือน

โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

[TourLists id=”4″]

ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น

ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น เขาเที่ยวที่ไหนกัน? หลายคนคงติดตามรายการทีวี รูปภาพการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงใบไม้ใกล้ร่วง หรือเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง ก่อนที่จะเข้าฤดูหนาว สายลมพัดเริ่มเข้ามา ใบไม้เหล่านี้ก็เริ่มทะยอยละจากลำต้น ร่วงหล่นสู่พื้น บรรยากาศแบบนี้สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ สีสัน ของรูปภาพ ที่กดชัตเตอร์ภาพแล้วภาพเหล่า ก็ไม่มีวันเบื่อ และสถานที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ถูกแนะนจากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 13 แห่ง ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

  1. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทจึซัน ในภูมิภาคฮอกไกโด

    ที่ตั้ง : คะมิคะวะ-กุง ฮอกไกโด
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR คะมิคะวะ ใช้เวลา 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนก.ย.-ปลายเดือนก.ย.

    Daisetsu-zan-National-Park

    ข้อมูลน่ารู้ กล่าว กันว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนทุกที่ในญี่ปุ่น ทิวทัศน์ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวของไม้ใบเรียว และสีเหลืองแดงของไม้ใบกว้าง สลับสีกันอย่างงดงามดั่งภาพวาดของศิลปินเอก ใบไม้บนภูเขาคุโรดาเกะนั้นใช้เวลากว่า 1 เดือนในการเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ไล่จากยอดเขาเรื่อยลงมาถึงจุดขึ้นกระเช้าตรงเชิงเขา จุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาที่มีชื่อว่า กินเซ็นได บริเวณนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง เช่น น้ำพุร้อนโซอุงเคียว – อนเซ็น หลังจากที่ชมใบไม้แดงแล้ว ท่านยังสามารถแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของฮอกไกโดได้ด้วย

  2. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ทะเลสาบ โทะวะดะโกะ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองโทะวะดะ จังหวัดอะโอะโมะริ
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR โมริโอกะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ที่ Lake-Towada-Aomori
    Lake-Towada-Aomori

    ข้อมูลน่ารู้ ทะเล สาปแห่งนี้เป็นทะเลสาบแบบ Caldera ชื่อCaldera นี้เป็นภาษาสเปน มีความหมายว่าหม้อ ใช้เรียกพื้นที่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูก ที่มีลักษณะยุบลงเป็นทรงคล้ายหม้อ ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของภูเขาไฟ ทะเลสาบโทวาดาโกะ นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา สามารถขึ้นเรือท่องเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยใบไม้แดง สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดาโกะแห่งนี้ คือ รูปสลักสาวงาม (โอโตเมะ โนะโซ) ซึ่งเป็นผลงานของทากามุระ โคทาโร่ ศิลปินระดับชาติของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ในการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บริเวณรอบๆ มีโรงแรม และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจะคึกคักมากเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้แดง ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนโทะวะดะโกะ และการเก็บแอปเปิ้ลผลไม้ขึ้นชื่อของ อะโอะโมะริ อีกด้วย

  3.  ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ซาโอ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองยะมะงะตะ จังหวัดยะมะงะตะ
    การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ยะมะงะตะ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสี บนถนน Zao eco line
    ใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ที่จังหวัดยามางาตะ บนถนน eco line ขึ้นสู่เทือกเขาซาโอ๊ะ Zao Mountain

    ข้อมูลน่ารู้ เทือกเขาซาโอ เป็นเทือกเขาสวยงามเลื่องชื่อ ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทอดผ่านจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัดยะมะงะตะ นอก จากนั้น ในท้องถิ่นนี้ยังมีน้ำพุร้อนเลื่องชื่อหลายแห่ง ท่านสามารถใช้บริการกระเช้าของลานสกีฤดูหนาว เพื่อขึ้นไปชมใบไม้แดงจากมุมสูงได้ การขับรถชมใบไม้แดงโดยใช้เส้นทาง ซะโอ-เอโดไลน์ที่เชื่อมระหว่าจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัด ยะมะงะตะ ตลอด เส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 26 กม.เส้นนี้ ท่านจะได้เต็มอิ่ม กับการชื่นชมความงามของใบไม้แดงอย่างเต็มตา เนื่องจาก ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนัก จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือนพ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางเส้นนี้ คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือน พ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางนี้คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ถนัดการปีนเขาหรือไม่ชอบเดินเท้า ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมใบไม้แดงที่นี่ได้อย่างเต็มที่

  4. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  น้ำตก อะกิอุโอะทะกิ ในภูมิภาคโทโฮะกุุ

    ที่ตั้ง : เมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ
    การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เซนได ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่น้ำตกอาคิอุ โอตากิ
    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่น้ำตกอาคิอุ โอตากิ

    ข้อมูลน่ารู้ แม้ ประเทศญี่ปุ่น จะมีน้ำตกที่สวยงามอยู่มากมายหลายแห่ง แต่น้ำตกอะกิอุโอะทะกิที่มีสายน้ำกว้าง 6 เมตรและตกลงมาจากความสูงกว่า 55 เมตรแห่ง เมืองเซนได นี้ ได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากเป็นพิเศษ เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มวลหมู่ต้นไม้รอบๆ น้ำตกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง เขียว และเหลือง ทำให้ทิวทัศน์บริเวณนั้นงดงามประหนึ่งภาพในฝัน ใบของต้นโอจิ(แปะก้วย) และ โมมิหยิ(เมเปิ้ล) ซึ่งเป็นตัวแทนของใบไม้แดงสลับสีกันดูงามตายิ่ง แถบอากิอุ ยังขึ้นชื่อในเรื่องน้ำพุร้อน และละแวกใกล้เคียง ยังมีแหล่งรวมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของอะกิอุ ซึ่งสาธิตวิธีการผลิต และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของ เซนได เช่น ตุ๊กตาโคเคชิ และตู้ไม้เซนได เป็นต้น

  5. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  ที่ บันไดอะซุมะ-สกายไลน์ ในภูมิภาคโทโฮะกุ

    ที่ตั้ง : เมืองฟุกุชิมะ จังหวัดฟุกุชิมะ
    การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟ JR ฟุกุชิมะ ใช้เวลา 40 นาที
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    Bandai-Azuma-Skyline
    ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ถนนลอยฟ้าบันได อาสุมะ Bandai Azuma Skyline

    ข้อมูลน่ารู้ บัน ไดอะซุมะ-สกายไลน์ เป็นชื่อถนนเส้นทางพิเศษ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เป็นเส้นทางที่เหมาะ กับการขับรถชมใบไม้แดงเป็นอย่างยิ่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 ม. และมีความยาวทั้งสิ้น 29 กม. เชื่อมระหว่างแหล่งน้ำพุร้อนทะกะยุ ใน เมืองฟุกุชิมะกับ เส้นทางขึ้นเขาทสุจิยุ จากจุดชมวิวอะซุมะฮักเก มองลงมาจะเห็นป่าใบไม้แดงที่แสนงดงาม ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว จากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาชื่นชมความงดงามของที่นี่ น้ำพุร้อนที่อยู่ในละแวกนั้น ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย

  6. ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น  ที่ นิกโก้ ในภูมิภาคคันโตุ

    ที่ตั้ง : เมืองนิกโก้ จังหวัดโทะจิงิ
    การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีรถไฟ JR นิกโก้ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เมืองนิกโก้
    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เมืองนิกโก้ ที่สวยงามอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ นิกโก้
    ข้อมูลน่ารู้ นิกโก้ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโก้โทโชงู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ นิกโก้ มี จุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ในตัวเมืองมีต้นอิโจ (แปะก้วย) ขึ้นเรียงรายและตรงถนนขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า อิโรฮะซะกะ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเส้นทางชมใบไม้หลากสีที่งดงามที่สุดในภูมิภาคคันโต และสถานที่ที่อยากแนะนำให้เดินทางไปชม คือน้ำตกริวซุ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบจูเซ็นจิโกะ “ริวซุ” มีความหมายว่า หัวมังกร เนื่องจากด้านหน้าของแอ่งน้ำตก มีหินก้อนใหญ่ขวางทางอยู่ ทำให้กระแสน้ำที่ไหลมาถึงจุดนั้น ถูกแยกออกเป็นสองทาง ลักษณะคล้ายหัวมังกร ตรงส่วนหัวของมังกรมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ เมื่อใบไม้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง ก็จะทำให้มองเห็นเป็นหัวมังกรสีแดงด้วย

  7. สวน เมจิจิงงุไกเอง ในภูมิภาคคันโต

    ที่ตั้ง : เขตมินะโตะ กรุงโตเกียว
    การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานีรถไฟ JR ชินะโนะมะจิ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน ไกเองมะเอะ
    ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.

    ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น ในสวน Meiji Jingu Gaien
    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ในสวน Meiji Jingu Gaien

    ข้อมูลน่ารู้ แม้ แต่ใจกลางกรุงโตเกียว ท่านก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ที่สวนยิงงูไกเอ็งแห่งนี้ มีต้นอิโจ (แปะก้วย) กว่า 140 ต้น ขึ้นเรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างสวยงาม อิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้นดิน จนทางเดินจะกลายเป็นสีเหลือง ในช่วงเวลานี้จะมีการจัด “งานเทศกาลชมใบอิโจ” ขึ้น ใน กรุงโตเกียว ไม่ เพียงแต่สวนจิงงุไกเอง ยังสามารถชมใบไม้แดงที่สวนชินจูกุเกียวเอ็ง สวนสาธารณะโยะโยะงิ สวนสาธารณะฮิบิยะ ฯลฯ ได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่มีโอกาสเดินทางมาติดต่อธุรกิจที่ญี่ปุ่น แต่ไม่มีเวลาเดินทางไปนอกเมือง จะแวะเวียนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสะดวก

  8. ทะเลสาบ คะวะงุจิโกะ ในภูมิภาคจูบุ

    ที่ตั้ง : มินะมิทสุรุ-กุง จังหวัดยะมะนะชิ
    การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟด่วนสายฟูจิคิวโค คะวะงุจิโกะ ใช้เวลา 20 นาที
    ช่วงเวลา : ต้นเดือนพ.ย.-กลางเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ทะเลสาบ คะวะงุจิโกะ นอกจากจะเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ ในการชมภูเขาไฟฟูจิคิวโค ซึ่งทัวร์จากประเทศไทย นิยมพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่ชมใบไม้แดง ที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วย ภูเขาไฟฟูจิที่ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ตัดกับสีของใบไม้แดงนั้น เป็นภาพทิวทัศน์ที่แสดงออก ถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ใบไม้แดงแถบนี้เกือบทั้งหมดเป็นใบของ ต้นโมะมิยิ (เมเปิ้ล) ในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มที่ จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบโมะมิจิขึ้น ในค่ำคืนช่วงเวลาที่มีงาน จะประดับไฟจนถึงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติคราวกับอยู่ในฝัน ในละแวกใกล้เคียงยังมี สวนสนุก พิพิธภัณธฑ์ศิลปะ อยู่มากมายหลายแห่ง และใกล้กับแหล่งน้ำพุร้อนฟูจิคาวางุจิโกะ ยังมีโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีบ่อน้ำพุร้อน ให้บริการอยู่มากมาย

  9. ที่ราบสูง ชิระคะบะ และวีนัสไลน์ ในภูมิภาคจูบุุุ

    ที่ตั้ง  : คิตะซะกุ-กุง จังหวัดนะงะโนะ
    การเดินทาง  : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ซะคุไดระ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
    ข้อมูลน่ารู้ จังหวัดนะงะโนะ มี ภูเขาสูงมากมาย ทำให้ในฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นสกี ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมใบไม้แดงกันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมใน จังหวัดนะงะโนะ คือ ที่ราบสูงชิราคาบะ จุดชมใบไม้แดงที่อยู่บนที่ราบสูงแห่งนี้ ได้แก่ ทะเลสาบทาเตชินาโกะและภูเขาทาเตชินะ ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเดินเท้าขึ้นไป ก็สามารถใช้บริการกอนโดร่าลิฟท์จากฟาร์ม ทาเตชินะ ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ ในการเดินทางไปยังที่ราบสูงชิราคาบะนั้น จะต้องใช้เส้นทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า วีนัสไลน์ ซึ่งเป็นถนนที่มีความยาวทั้งสิ้น 76 กม. ท่านจะได้เพลิดเพลินกับใบไม้แดง ระหว่างที่รถวิ่งอยู่บนเส้นทางวีนัสไลน์ จากที่ราบสูงชิระคะบะ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใกล้เคียง นอกจากรีสอร์ตชิราคาบะ และแหล่งน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และสวนพฤษศาสตร์

  10. อะระชิยะมะ ในภูมิภาคคันไซ

    Arashiyama
    Arashiyama

    ที่ตั้ง  : เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
    การเดินทาง  : เดินทางจากสถานีรถไฟ JR ซะงะอะระชิยะมะ ใช้เวลา 10 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ในเมืองหลวงเก่า เกียวโต ก็มีสถานที่ชมใบไม้แดงอยู่หลายแห่งเช่นกัน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ ทุก คนที่เดินทางมาที่นี่จะต้องไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ทสึเคียว โดยมีภูเขาอะระชิยะมะเป็นฉากหลัง นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังนิยมใช้บริการรถไฟโทร็อกโกะ เพื่อชมใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ อีก ด้วย เนื่องจากในเกียวโตมีวัด และศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถชมความงามของใบไม้แดง ในวัดต่างๆ ได้ เช่น วัดคิโยมิซุ วัดกิงคาคุจิ ศาลเจ้าชิโมงาโมะ วัดนันเซ็นจิ เป็นต้น

  11. ศาลเจ้า โคโตฮิระงุ ในภูมิภาคชิโกะกุุุ

    Kotohira-gu
    Kotohira-gu

    ที่ตั้ง  : นะกะตะโดะ-กุง จังหวัดคะงะวะ
    การเดินทาง  : เดินจากสถานีรถไฟ JR โคโตฮิระ ใช้เวลา 15 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ ใน แต่ละปี มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะชิโกกุกว่า 3 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ของที่นี่คือ ศาลเจ้าโคโตฮิระงู แต่คนญี่ปุ่นเรียกที่แห่งนี้ว่า “คอมปิระซัง” ศาลเจ้า โคโตฮิระงูนั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปใน ภูเขาโซซุ ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระที่นี่ จะต้องขึ้นบันไดกว่า 800 ขั้น ซึ่งตลอดทางขึ้นบันได ท่านจะได้ชมความงามของใบเมเปิ้ลสีแดง ในวันที่ 10 พ.ย. ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดงขึ้น ซึ่งงานเทศกาลของที่นี่ จะแตกต่างจากงานเทศกาลของที่อื่นตรงที่ จะมีการทำพิธีอย่างเคร่งครัด ตามแบบอย่างที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ภูมิภาคนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่อง เส้นอุด้ง ซึ่งท่านสามารถลองทำเส้นอุด้งด้วยตัวเองได้ นอกจากนั้นยังสามารถตระเวนไป ชิมเส้นอุด้งที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นตามร้านต่างๆ ได้อีกด้วย

  12. สวนสาธารณะโมะมิจิดะนิ เกาะมิยะจิมะ ในภูมิภาคจูโงะกุุ

    ที่ตั้ง  : ซะเอกิ-กุง จังหวัดฮิโรชิม่า
    การเดินทาง  : เดินทางจากสถานี JR มิยะจิมะงุจิ 5 นาที เพื่อขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะมิยะจิมะ แล้วเดินต่อไปอีก 20 นาที
    ช่วงเวลา  : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ สวน สาธารณะโมะมิจิดะนิ ตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้า อิทสุกุชิมะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้านวัฒนธรรม ในสวนแห่งนี้มีต้นโมะมิจิ (เมเปิ้ล) กว่า 200 ต้น จุดที่สวยที่สุดคือ สะพานโมมิจิตรงทางเข้าสวนในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดง แต่จะอยู่ภายในช่วงกลาง-ปลายเดือนพ.ย. ซึ่งวันที่จัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ของฝากที่มีชื่อเสียงของ ฮิโรชิม่าคือ “โมะมิจิมันจู” (ขนมไข่รูปโมมิจิ) ซึ่งมีจำหน่ายที่นี่มากมาย

  13. น้ำพุร้อน อุนเซนในภูมิภาคคิวชิว

    ที่ตั้ง  : เมืองอุนเซน จังหวัดนะงะซะกิ
    การเดินทาง  : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิซะฮะยะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
    ช่วงเวลา  : ปลายเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.
    ข้อมูลน่ารู้ สี แดง ส้มและเหลือง ของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ มีความงดงามมาก ถึงขนาดหากมองไกลๆ อาจเข้าใจผิดจะคิดไปว่าเป็นดอกไม้ได้ เป็นเพราะที่นี่มีต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีถึง 150 กว่าชนิด หากมองลงมาจากยอดเขาคุนิมิดะเกะ ภาพที่เห็นจะยิ่งสร้างความประทับใจมิรู้ลืม แถบนี้มีชื่อเสียงมาก ในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ จึงมีทั้งโรงแรมแบบญี่ปุ่น และโรงแรมแบบสากล เปิดให้บริการอยู่มากมาย สามารถเลือกที่ถูกใจได้ นอกจากนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีก เช่น ฮุสเทนบอส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่จำลองบรรยากาศแบบยุโรปในยุคกลาง ที่จะแวะไปสัมผัสบรรยากาศได้

แล้วจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเมื่อไหร่ถึงจะสวย?

ข้อมูลที่ควรรู้ ที่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่ จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนจะร่วงหล่นจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้น งดงามด้วยสีที่สดใสตระการตาน่าภิรมย์ยิ่ง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าฤดูใบไม้ร่วง

ตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

จะเที่ยวอย่างไรให้สนุกในทริปใบไม้เปลี่ยนสี

จะบอกว่าการเที่ยวให้สนุกในแบบของแต่ละคนนั้นก็อาจจะสรุปได้ยากนะครับ แต่ขอพูดถึงการเที่ยวในฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีเป็นหลักละกัน สำหรับที่รักการเที่ยวกับบรรยากาศช่วงนี้ แน่นอนละต้องเป็นคนที่ชอบความโรแมนติก สีสันของธรรมชาติ อากาศเย็นสบายๆ ไม่หนาว และไม่มีฝน(ไม่แน่นะ) สะพายกล้องเก็บภาพกับหมู่มิตร เซฟฟี่กับธรรมชาติสวยๆ ทิวทัศน์ที่มองสุดลูกหูลูกตา ที่ประกายแสงเจิดจรัสจาก แสงแดด กับใบไม้ ภูเขาที่เป็นฉากหลัง ทำให้มโนภาพความสวยงามได้อย่างสุดปลายฝันทีเดียว

ใช้งบเท่าไหร่ดีสำหรับเที่ยวสัก 5-6 วัน

การเที่ยวเส้นทางมีหลายเส้นทาง อาทิเช่น

เริ่มจาก

-นาริตะ-โตเกียว-นิกโก้-เซนได

– นาริตะ-โตเกียว-นิกโก้-5ทะเลสาบฟูจิ

-ฮอกไกโด

-โอซาก้า -คันไซ-เกียวโต

ติดตามใบไม้เปลี่ยนสี โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นล่าสุด

[TourLists id=”4″]

พระราชวังวินด์เซอร์

พระราชวังวินด์เซอร์ เป็น พระราชวังตั้งอยู่ที่วินด์เซอร์, มลฑลบาร์คเชอร์ในสหราชอาณาจักร สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1070สถาปัตยกรรมเป็นแบบโรมาเนสก์ พระราชวังวินด์เซอร์เป็นพระราชฐานที่ยังมีผู้อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นพระราชฐานที่เก่าที่สุดที่มีผู้อยู่อาศัยที่ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ เริ่มสร้าง เนื้อที่การใช้สอยมีทั้งหมดด้วยกัน 484,000 ตารางฟุต หรือ 45,000 ตารางเมตร

พระ ราชวังวินด์เซอร์, พระราชวังบัคคิงแฮม ที่กรุงลอนดอน และพระราชวังโฮลีรูด (Holyrood Palace) ที่เอดินบะระ เป็นพระราชฐานหลักสามแห่งของพระราชวงศ์อังกฤษ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มักทรงใช้เวลาวันสุดสัปดาห์หลายวันที่พระราชวังวินด์เซอร์เป็นทั้งที่จัดงาน เลี้ยงอย่างเป็นทางการและเป็นการส่วนพระองค์ ตำหนักซานดริงแฮมและพระราชวังบาลมอรัลเป็นพระราชวังส่วนพระองค์

พระ มหากษัตริย์และกษัตรีย์แห่งอังกฤษเกือบทุกพระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อ การสร้างและการวิวัฒนาการของพระราชวังวินด์เซอร์โดยตลอด พระราชวังเคยใช้เป็นป้อมปราการ ที่อยู่อาศัย ที่ประทับอย่างเป็นทางการ และบางครั้งเรือนจำ ประวัติของพระราชวังจึงเกี่ยวพันกับประวัติของพระมหากษัตริย์และกษัตรีย์ของ อังกฤษอย่างใกล้ชิด การศึกษาประวัติก็ทำได้โดยการศึกษาจากประวัติของรัชสมัยต่างๆ ของพระมหากษัตริย์ที่มาประทับ ในยามสงบจากศึกสงครามพระราชวังก็ได้รับการขยายเพิ่มเติมด้วยห้องชุดสำหรับ เป็นที่อยู่อาศัย ยามสงครามพระราชวังก็ใช้เป็นป้อมปราการด้วยการสร้างเสริมอย่างแน่นหนา ระบบนี้ก็ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

พระราชวังวินด์เซอร์ เปลื่ยนแปลงรูปทรงมากว่า 1,000 ปีตามกาลเวลา รสนิยม ความจำเป็น และสถานะภาพทางการเงินของพระมหากษัตริย์และกษัตรีย์ที่ประทับ แต่กระนั้นที่ตั้งของโครงสร้างหลักๆ ก็ยังตั้งอยู่ที่เดิมที่แรกสร้าง แผนผังใหม่ข้างล่างชี้ให้เห็นถึงจุดต่างๆ สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดของพระราชวังวินด์เซอร์คือ “หอกลม” (“A”) ซึ่งความจริงแล้วเป็นหอกลวงที่มีรูปร่างที่ไม่กลมแต่ดูเผินๆ กลมบนเนินที่ถมขึ้นไป ตัวปราสาทตั้งอยู่บนป้อมปราการที่สร้างมาตั้งแต่ยุคกลาง หอกลมแบ่งพระราชวังออกเป็นสองส่วนที่เรียกว่าวอร์ด (ward) “ลานล่าง” (“F”) เป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์จอร์จ (“G”) “ลานบน” (“B”) ล้อมรอบด้วยห้องชุดที่ประทับส่วนพระองค์ (“D”) และ “ห้องรับรอง” (“C”) รวมทั้งท้องพระโรงเซนต์จอร์จ (St George’s Hall) ซึ่งเป็นห้องใหญ่ตกแต่งด้วยตราประจำตัวทั้งอดีตและปัจจุบันของผู้ได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เตอร์

เนื้อที่ รอบพระราชวังวินด์เซอร์เรืยกว่า “Home Park” เป็นอุทยานที่ประกอบด้วยฟาร์มสองฟาร์มและบ้านที่อยู่อาศัยของผู้ที่ทำงานใน พระราชวัง นอกจากนั้นภายในอุทยานยังเป็นที่ตั้งของ คฤหาสน์ฟรอกมอร์ (Frogmore House) และอุทยานฟรอกมอร์ ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นบางครั้งแต่บริเวณส่วนใหญ่ของ “Home Park” เป็นบริเวณส่วนพระองค์ ทางด้านเหนือเป็นอุทยานใหญ่ “Windsor Great Park”

ใน “Home Park” ทางเหนือของพระราชวังเป็นโรงเรียนเซนต์จอร์จพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน ใช้เป็นที่ฝึกนักร้องเพลงสวดสำหรับชาเปลเซนต์จอร์จ วิทยาลัยอีตัน ตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังประมาณหนึ่งไมล์ไปทางเหนือ